ลิเวอร์พูล 1-0 เวสต์บรอมวิช พรีเมียร์ลีก Full Highlights 29.08.2010 [HD]
คลิป ลิเวอร์พูล 1-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน พรีเมียร์ลีก Full Highlights 29.08.2553
Clip Liverpool 1-0 West Bromwich Albion Premier League Full Highlights 29.08.2010
เฟร์นานโด ตอร์เรส สวมบทฮีโร่ซัดประตูโทนช่วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเปิดรังเบียด “เดอะ แบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1-0 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2553
โปรดทราบ : ใครดูคลิปแล้วไม่ยอมเขียนเม้นต์ข้างล่าง ขอให้แฟนหนีไปมีกิ๊ก 555+
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 29 สิงหาคม 2553
ลิเวอร์พูล 1-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
รอย ฮอดจ์สัน นำพลพรรค “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “เดอะ แบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน โดยเจ้าถิ่นกลับมาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม หลังจากที่ ดาเนียล แอ็เกอร์, สตีเวน เจอร์รารด์ และเฟร์นานโด ตอร์เรส ได้พักมาในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ ขณะที่ คริสเตียน โพลเซน ค้ำแดนกลางแทน ฮาเวียร์ มาสเชราโน ที่ปล่อยให้ บาร์เซโลนา ไปแล้ว ด้าน โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือทีมเยือนส่งคู่หน้าตัวใหม่ทั้ง ปีเตอร์ โอเดมวิงกี และมาร์ค อองตวน ฟอร์ตูเน ลงล่าตาข่ายร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนเกมทางริมเส้นจาก เจมส์ มอร์ริสัน กับ คริส บรันท์ ขณะที่ สกอตต์ คาร์สัน นายทวารทีมชาติอังกฤษได้คืนรังเก่าอีกครั้ง
เริ่มเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เดินหน้าลุยใส่ทันที เฟร์นานโด ตอร์เรส เล่นชิ่งกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด ก่อนหักเข้าในปั่นด้วยขวาบอลไปเข้ามือ สกอตต์ คาร์สัน นาทีที่ 8 “สตีวี จี” ชิงบอลได้ในแดน เวสต์บรอมวิช ก่อนแทงทะลุให้ ตอร์เรส หลุดเข้ากรอบโทษแต่มุมแคบทำให้ยิงไปติดบล็อกกองหลังคู่แข่งออกมา จากนั้นทีมเยือนโต้ตอบกลับไปเช่นกัน ปีเตอร์ โอเดมวิงกี โหม่งบอลจากการสาดยาวมาให้ของเพื่อนทว่ายังไม่ตรงเป้าหมาย ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก โฆเซ เรนา ทำให้เหล่าเดอะค็อปเสียวเล็กๆ เมื่อรับลูกยิงบริเวณเส้นโทษของ มาร์ค อองตวน ฟอร์ตูเน หลุดมือเล็กน้อย
ผ่านครึ่งชั่วโมง “หงส์แดง” กลับเครื่องดับลงไป ปล่อยให้ เวสต์บรอมวิช ทำเกมบุกเข้าใส่หนักขึ้นเป็นลำดับ จากจังหวะลูกเตะมุม แฟนๆ ทีมเยือนโวยต้องการได้จุดโทษ เมื่อเห็น มาร์ติน สเคอร์เทล ตามดึงเสื้อ โยนาส โอลส์สัน แบบไม่ยอมปล่อยจนล้มลง อย่างไรก็ตาม ลี โพรเบิร์ต ผู้ตัดสินในนัดนี้ยังใจแข็งไม่เป่านกหวีดยาว นาทีที่ 36 กองเชียร์เจ้าบ้านโห่ฮาจะเอาลูกโทษเมื่อกันเมื่อ ตอร์เรส เบียดกับผู้เล่นคนอื่นในกรอบโทษแล้วล้มลง แต่เชิ้ตดำเห็นว่ากองหน้าทีมชาติสเปนล้มง่ายเกินไป ท้ายครึ่งแรกผู้มาเยือนได้ทิ้งท้ายจากลูกยิงสวนของ เจมส์ มอร์ริสัน แต่ก็ไซด์หลุดกรอบไป จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังตรึงอยู่ที่ 0-0
ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง เวสต์บรอมวิช ยังเล่นกันได้อย่างคึกคัก มอร์ริสัน เห็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเจ้าถิ่นถอยลึกจึงตัดสินใจยิงไกลแต่กวาดหลุดกรอบ ลิเวอร์พูล พยายามดันเกมช่วยกันทำเกมรุกขึ้นหน้า แต่โอกาสยังเป็นของทีมเยือนอีกครั้ง แกรม ดอร์เรนส์ ปั่นบอลด้วยข้างเท้าซ้ายบอลไซด์ผ่านมือ เรนา แต่ก็เลี้ยวไม่พอที่จะเข้ากรอบ หนึ่งชั่วโมงไม่มีอะไรดีขึ้น รอย ฮอดจ์สัน ต้องขยับส่ง มักซี โรดริเกซ มาขึ้นเกมทางกราบแทน มิลาน โยวาโนวิช และจากลูกเตะมุมไปเสาแรก ตอร์เรส เกือบได้ยิงจ่อๆ แต่โดนสกัดออกมาเข้าทาง สเคอร์เทล ได้เอี้ยวตัววอลเลย์แต่บอลเหินข้ามคานไปแบบได้เสียวเหมือนกัน สองนาทีถัดมา “เดอะ แบ็กกีส์” เกือบแจกของขวัญให้เจ้าถิ่นเมื่อ โอลส์สัน ส่งบอลคืนหลังพลาดเกือบเข้าประตูตัวเอง ยังดีที่ไม่ตรงกรอบ
จากนั้น ลิเวอร์พูล เริ่มโหมเกมบุกขึ้นเป็นลำดับ มักซี จ่ายเข้ากรอบโทษ เดิร์ก เคาท์ จะกวาดยิงแต่โดน กาเบรียล ทามาส ตามเกาะติดก่อนเคลียร์บอลออกมาได้ จากนั้น เวสต์บรอมวิช ลุยขึ้นมาบ้าง อองตวน ฟอร์ตูเน เปิดให้ โอเดมวิงกี ซัดหนแรกติดบล็อก ได้ซ้ำอีกทีเข้ามือ เรนา จากจังหวะสวนกลับนี้เอง “หงส์แดง” ก็จิกนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 65 เคาท์ หลุดขึ้นไปตักใส่พานให้ ตอร์เรส วอลเลย์จังหวะเดียวส่งลูกหนังผ่านมือ คาร์สัน เสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เจ็ดนาทีถัดมาเจ้าถิ่นเกือบหนีห่าง เจอร์ราร์ด เปิดให้ ตอร์เรส ได้แปจ่อๆ คราวนี้ คาร์สัน ล้มตัวป้องกันได้ทัน ก่อนหมดเวลา 7 นาที “หงส์แดง” น่าจะได้ลูกที่จุดโทษ ตอร์เรส ยิงไปโดนแขน กอนซาโล ยารา แต่ผู้ตัดสินก็ยังเฉย ท้ายเกม มอร์ริสัน ยันใส่ ตอร์เรส จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ครบ 90 นาทีเจ้าถิ่นประคองตัวเบียดชัย มีเพิ่มเป็น 4 คะแนนจาก 3 นัด ขณะที่ เวสต์บรอมวิช มีอยู่ 3 แต้มเท่าเดิม
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : โฆเซ เรนา , เกล็น จอห์นสัน , เจมี คาร์ราเกอร์ , มาร์ติน สเคอร์เทล , ดาเนียล แอ็กเกอร์ , ลูคัส เลวา , คริสเตียน โพลเซน , เดิร์ก เคาท์ , สตีเวน เจอร์ราร์ด , มิลาน โยวาโนวิช , เฟร์นานโด ตอร์เรส
เวสต์บรอมวิช : สกอตต์ คาร์สัน , กอนซาโล ยารา , กาเบรียล ทามาส , โยนาส โอลส์สัน , นิคกี ชอรีย์ , เจมส์ มอร์ริสัน , ยุสซุฟ มูลัมบู , แกรม ดอร์แรนส์ , คริส บรันท์ , ปีเตอร์ โอเดมวิงกี , มาร์ค อองตวน ฟอร์ตูเน
ข่าวจาก : http://manager.co.th/sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120712
Did you enjoy this post? Why not leave a comment below and continue the conversation, or subscribe to my feed and get articles like this delivered automatically to your feed reader.


โล่งอกสักที อ่านแล้วอ่านอีก ดูแล้วดูอีก คุยแล้วคุยอีก ก็ยังไม่เบื่อ กลับมาฮอตอีกครั้งพวกเราจะได้มีความสุขสักที